Category: ‘สุขภาพ’

การรักษานอนกรนไม่ให้เกิดอันตรายทำได้จริงรึเปล่า

2016/09/27 Posted by admin

1

การนอนกรนเป็นสัญญาณ เบื้องต้นของอันตรายที่ซ่อนอยู่โดยท่านไม่รู้ คือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่ง สามารถรักษานอนกรนได้ และช่วยลดปัญหาหรือความเสี่ยงต่อโรคต่าง ๆ ที่ตามมาภายหลังไม่มากก็น้อย

ดังนั้นหากว่าใครที่นอนกรนดังมากเป็นประจำ ควรจะพิจารณาเข้าปรึกษาแพทย์ผู้ป่วยนอนกรนเพื่อรับคำแนะนำและ การรักษานอนกรนที่ถูกต้องเหมาะสมต่อไป ในการรักษานอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับในระดับที่ไม่รุนแรง ที่นิยมมากในปัจจุบัน

www.nksleepcare.com มีวิธีที่ทำโดยที่แพทย์จะใส่เครื่องมือเฉพาะทาง เพื่อสอดวัสดุทางการแพทย์ชนิดพิเศษซึ่งมีความปลอดภัยต่อร่างกายสูงมาก ฝังเข้าไปในเพดานอ่อนในปาก โดยวัสดุดังกล่าวนี้มีลักษณะเป็นแท่งเล็กๆ 3 แท่ง ซึ่งทำมาจากโพลิเอสเตอร์อันอ่อนนุ่มและสามารถอยู่ภายในร่างกายได้อย่างถาวร การฝังพิลลาร์นี้จะช่วยลดการสั่นสะเทือน หรือการสะบัดตัวของเพดานอ่อน และพยุงไม่ให้เพดานอ่อนไปอุดกั้นทางเดินหายใจ และเมื่อเวลาผ่านไป เนื้อเยื่อรอบๆแท่ง พิลลาร์ จะเกิดพังผืด ทำ ให้ช่วยเพิ่มความแข็งแรง สมบูรณ์ทางด้านโครงสร้างของเพดานอ่อนมากขึ้น ทำให้ทางเดินหายใจอุดกั้นน้อยลงหายใจได้สะดวกขึ้น วัสดุที่ใช้ทำพิลลาร์นี้ ถูกนำไปใช้ในวงการแพทย์มานานหลายปี จนมั่นใจในความปลอดภัย

วิธีการแก้นอนกรนแบบนี้ได้รับการรับรอง และผ่านการทดสอบความปลอดภัย และมีภาวะแทรกซ้อนน้อยมาก โดยรักษานอนกรนวิธีนี้ไม่ได้เป็นการผ่าตัดหรือทำลายเนื้อเยื่อของเพดานอ่อนและสามารถทำได้โดยใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ โดยไม่ต้องดมยาสลบ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที และไม่ต้องนอนโรงพยาบาลหลังรักษา จึงทำให้มีความเจ็บปวดจากการรักษาน้อย โดยที่ผู้ใส่จะไม่รู้สึกรำคาญในขณะที่กลืนหรือสนทนา หลังการแก้นอนกรน สามารถรับประทานอาหาร และทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ จากการวิจัยในผู้ป่วยส่วนใหญ่จะพบว่าการนอนกรนลดลงอย่างชัดเจน ยกเว้นในรายที่ผลตรวจการนอนหลับพบว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับรุนแรง จะได้ผลน้อยลง วิธีนี้อาจใช้ร่วมกับการแก้นอนกรนแบบอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาได้

ขั้นตอนการฝากครรภ์มีอะไรบ้างที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้

2016/05/12 Posted by admin

เมื่อคุณแม่ทราบว่าตั้งครรภ์ อย่ามัวแต่ดีใจนะคะ ให้รีบปรึกษากับคุณพ่อหาข้อมูลของโรงพยาบาลที่จะไปฝากครรภ์ก่อนดีกว่าค่ะ แนะนำให้เลือกโรงพยาบาลที่ใกล้กับที่พักของคุณแม่นะคะ เพื่อสะดวกต่อการเดินทางไปตรวจเช็คเวลาหมอนัด และที่สำคัญสุดคือต้องสะดวกและเดินทางง่ายตอนที่คุณแม่จะคลอดค่ะ การไปฝากครรภ์ครั้งแรกต้องทำอะไรบ้าง เมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์จะต้องผ่านฝ่ายแผนกคัดกรองเพื่อตรวจสุขภาพเบื้องต้นดังนี้ค่ะ ขั้นตอนของการฝากครรภ์ มีดังนี้ ชั่งน้ำหนักจะต้องทำทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์เพื่อให้รู้ว่าน้ำหนักของคุณแม่ตอนเริ่มตั้งครรภ์อยู่ที่เท่าไหร่ และ ในระหว่างตั้งครรภ์น้ำหนักคุณแม่ขึ้นมากแค่ไหน เพราะน้ำหนักจะสัมพันธ์กับการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ตลอดการตั้งครรภ์น้ำหนักของคุณแม่ควรเพิ่มประมาณ 10-12 กิโลกรัม ถ้ามากกว่านั้นต้องดูว่าคุณแม่มีอาการอะไรแทรกซ้อนหรือไม่ คุณแม่ที่มีความสูงน้อยและตัวเล็กมักจะคลอดยาก เพราะอุ้งเชิงกรานมีขนาดเล็ก มีความเป็นไปได้ว่าอาจต้องผ่าคลอด

การตรวจอาการบวมมักจะทำในช่วงเดือนท้ายๆที่ตั้งครรภ์เพราะคุณแม่ส่วนมากจะมีอาการบวมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ถ้าบวมมากอาจจะต้องตรวจดูว่ามีอาการแทรกซ้อนอะไรอื่นอีกหรือไม่ คุณหมอจะตรวจเต้านมคุณแม่เพราะว่าน้ำนมแม่เป็นสิ่งสำคัญสำหรับลูกมากเพราะเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญที่สุดของลูก คุณหมอจะดูว่าหัวนมคุณแม่บอดไหม หรือมีความผิดปกติอะไร และคุณหมอจะแนะนำวิธีให้นมลูกอย่างถูกวิธีอีกด้วยค่ะ คุณหมอจะตรวจทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์เพื่อดูการเจริญเติบโตของมดลูกและทารกในครรภ์ ยิ่งใกล้คลอดคุณหมอจะคลำดูว่าลูกอยู่ในท่าไหน ท้องคุณแม่ลดหรือยัง ดูว่าลูกกลับหัวอยู่ในท่าเตรียมคลอดไหม ศีรษะลูกอยู่ในท่าเตรียมคลอดหรือไม่ สิ่งนี้สำคัญมากกับคุณแม่ใกล้คลอดค่ะ การวัดความดันโลหิตสูงจะมีความสำคัญมาก พยาบาลจะตรวจดูว่าความดันสูงมากเกินปกติไหม และมีอาการบวมร่วมด้วยหรือป่าว เพราะถ้ามีอาการดังกล่าวนี้คุณแม่ก็จะเสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษได้ค่ะ

การตรวจภายในคุณหมอจะตรวจในครั้งแรกเมื่อคุณแม่ไปฝากครรภ์ เพื่อตรวจเช็คมะเร็งปากมดลูก และจะมีการตรวจอีกครั้งตอนใกล้คลอด ตรวจเพื่อจะดูว่าคุณแม่มีการติดเชื้ออะไรที่เป็นอันตรายต่อเด็กหรือไม่ เป็นเรื่องสำคัญมากคุณแม่ต้องตรวจเลือดตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปฝากครรภ์เพราะคุณหมอต้องการทราบว่าคุณแม่มีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์หรือไม่ หรือมีโรคอันตรายที่ส่งผลต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ คุณแม่จะต้องตรวจปัสสาวะทุกครั้งที่ไปฝากครรภ์ คุณหมอจะตรวจปัสสาวะเพื่อต้องการทราบว่าระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่มีอาการแทรกซ้อนอะไรที่เป็นอันตรายต่อคุณแม่และลูกในครรภ์ไหม คุณแม่คงจะพอนึกภาพออกแล้วใช่ไหมคะ ว่าเวลาที่คุณแม่ไปฝากครรภ์จะต้องทำอะไรบ้างและทำไปเพื่ออะไร ทุกอย่างที่ต้องทำตรงจุดคัดกรองมีความสำคัญต่อคุณแม่และลูกในท้องมากค่ะ ขอให้คุณแม่ให้ความสำคัญกับจุดนี้ด้วยนะคะ และเมื่อมีคำถามอะไรให้จดไปถามกับคุณหมอได้เลยนะคะ จะได้นำมาปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

ทำไมคนเราจึงมีอาการปวดหลัง

2013/10/18 Posted by admin

อาการปวดหลังมักจะเกิดจากการเคลื่อนที่ผิดท่า การเอี้ยวตัว ก้มๆ เงยๆ อยู่ในท่าขดงอนานเกินควร เตียงนอนที่ไม่ถูกสุขลักษณะและการนอนท่าเดียวนานๆ  เป็นสาเหตุของการปวดหลัง ท่าบังคับของงานอาชีพเช่นการทำงานในช่องปากซึ่งมีพื้นที่จำกัดมักจะทำให้หมอฟัน ปวดคอและหลังการก้มตัวดำนาทั้งวันก็เป็นสาเหตุสำคัญ การขับรถทางไกลซึ่งต้องอยู่ในท่าเดียวนานๆ ก็ปวดหลัง ความเคร่งเครียดก็ทำให้ปวดต้นคอ ปวดหลัง อาการเสื่อมของกระดูกสันหลังก็ทำให้ปวดหลัง บางครั้งอาการปวดหลังก็เกิดจาการถูกกระทบกระแทกอย่างแรง แต่บางครั้งเพียงแค่อาการไอก็ทำให้ปวดหลังขึ้นมา

จะเห็นว่าอาการปวดหลังเกิดจากท่าทางในชีวิตประจำวันเสียส่วนใหญ่ และท่าที่มักจะทำให้เกิดอาการปวดหลังได้แก่การทำงานหนักเกินไป เช่น ขุดดิน ยกของที่น้ำหนักเกินตัว และเกิดการหักโหมออกกำลังกาย อาการปวดหลังมีที่มาจากจุดอ่อนของวิวัฒนาการอย่างที่กล่าวมาแล้ว ดังนั้นคนที่อ้วนเกินไปจะมีโอกาสปวดหลังมากกว่าคนที่มีรูปร่างปกติ นอกจากนี้คนท้องที่ต้องแบกรับน้ำหนักมากกว่าปกติมักจะเกิดอาการปวดหลัง เนื่องจากแอ่นตัวรับน้ำหนัก ทำให้กระดูกสันหลังและกล้ามเนื้อหลังอยู่ในท่าที่ผิดธรรมชาติไป